วรรณคดี


ที่มา:    อ.พรรณราย ชาญหิรัญ     ผศ.วัชราภรณ์ อาจหาญ

ใบความรู้ เรื่องการอ่านจับใจความ


นางในวรรณคดี ๙ เมียพระอภัย


เมียพระอภัยมณี

นางผีเสื้อแปลงกายแล้ว

พระอภัยมณี วรรณคดีชิ้นเลิศของกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ภายหลังได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม

สิ่งที่พระอภัยฯมีมากกว่าพระเอกในละครเรื่องอื่นน่าจะเป็นรูปโฉมที่หล่อเหลา งดงาม ทรงเสน่ห์เป็นอย่างมาก เรียกว่ามี เซ็กส์แอพพีล(เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม)สูงทีเดียว
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ ตัวละครหญิงสาวในเรื่องต่างก็พากันมารุมหลงไหลคลั่งไคล เจ้าชายเพนจรที่มีเพียงปี่ติดตัว อย่างพระอภัยฯ ทำให้พระอภัยมณีมีเมียถึง 5 คน ที่มีทั้ง ยักษ์ นางเงือก เจ้าหญิง หญิงทรงปัญญา และแหม่มฝรั่ง ซึ่งก็น่าจะแฝงในเรื่องของค่านิยมของคนในสมัยก่อน ที่ยอมรับผู้ชายที่มีเมียหลายคน เนื่องจากตัวสุนทรภู่เองก็มีนิสัยเจ้าชู้
บรรดาเมียๆทั้ง5คนของ พระอภัยมณี หลังจากที่ไปรํ่าเรียนวิชาปี่มา เมื่อกลับถึงเมืองก็ถูกพ่อขับไล่พร้อมกับน้องชายข้อหาเรียนในสาขาวิชาปี่,กระบี่กระบองไม่สมศักดิ์ศรีรัชทายาท

เมียพระอภัยมณี คน (ตน) ที่ ๑

ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย แม้นไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย”

หลังจากออกเดินทางได้เจอกับ 3 พราหมณ์ คือ โมรา สานนท์ และวิเชียร ขณะกำลังพักผ่อนกัน พระอภัยมณีได้ยกปี่ขึ้นเป่า จนหลับกันหมด นางผีเสื้อสมุทร มาพบเข้าก็ลักพาตัวไป แล้วแปลงกายเป็นหญิงสาวสวยงาม แม้พระอภัยจะรู้แต่ก็ขัดขืนไม่ได้ ในที่สุดก็ได้ผีเสื้อสมุทรเป็นเมียคนแรกมีลูกด้วยกันคือ สินสมุทร

เมียพระอภัยมณี คน (ตัว) ที่๒

ต่อมา พระอภัย ก็ได้พบกับนางเงือก จึงขอให้ช่วยพาหนี พระอภัยฯ สินสมุทรและนางเงือกจึงหลบนางผีเสื้อสมุทรไปอยู่ที่เกาะแก้วพิสดาร ซึ่งมีฤๅษีที่มีฤทธิ์มากคอยปกป้อง พระอภัยได้ใช้เพลงปี่จีบนางเงือก

พระอภัยมณีที่รูปหล่ออยู่แล้ว จึงใช้คารมช่วยอีกหน่อย โดยกล่าวว่า

“ประเวณีมีทั่วทุกตัวสัตว์ ไม่จำกัดห้ามปรามตามวิสัย นาคมนุษย์ครุฑาสุราลัย สุดแต่ใจปรองดองจะครองกัน”

นางเงือกได้ฟังก็เคลิ้มไป ที่สุดก็พระอภัยฯก็ได้เป็นเมียคนที่2 มีลูกหนึ่งคนคือ สุดสาคร

นางสุวรรณมาลี

นางสุวรรณมาลีลูกสาวแสนสวยของ ท้าวสิลราช เจ้าเมืองผลึก ได้ฝันเห็นเกาะในทะเล จึงออกเดินทางตามความฝัน ระหว่างทางเจอพายุเรือถูกพัดมาที่เกาะแก้วพิสดาร พระอภัยมณีกับสินสมุทรจึงขอติดเรือไปด้วย แต่ออกจากเกาะไม่ทันไรก็เจอนางผีเสื้อสมุทรอาละวาดจนเรือล่ม ท้าวสิลราชสิ้นชีพ พระอภัยมณีจำต้องเป่าปี่สังหารนางผีเสื้อสมุทร

พระอภัยพานางสุวรรณมาลีกลับเมืองผลึก นางมณฑาเต็มใจยกทั้งเมืองและลูกสาวให้พระอภัยมณี นางสุวรรณมาลีจึงได้เป็นเมียคนที่3ของพระอภัยฯ แต่เป็นเมียที่เป็นมนุษย์คนแรก มีลูกสาว2คนคือ สร้อยสุวรรณ จันทรสุดา ซึ่งถือเป็นเมียที่มีความเพรียบพร้อมมากที่สุด ทั้งรูปร่างหน้าตา อุปนิสัย สติปัญญา ชาติตระกูล ฐานะ

เมียพระอภัยมณี คน ที่ ๔

นางวาลี

เมียคนที่ 4 ของพระอภัยดูจะต่างจากคนที่ผ่านมา เพราะนางวาลีจัดว่าเป็นเมียที่ขี้เหร่ที่สุด แถมยังมาเสนอตัวขอให้พระอภัยมณีเป็นสามีเองอีก แรกเริ่มเดิมทีพระอภัยมณีเองก็ไม่เต็มใจนัก แต่นางวาลีเป็นผู้หญิงที่มีสติปัญญาและวาจาเป็นเลิศ เพราะสามารถเกลี้ยกล่อมชักแม่น้ำทั้งห้า โน้มน้าวใจให้รับนางเป็นเมียจนได้

แม้ว่านางจะไม่สวย แต่ถ้าเทียบกับเมียคนอื่น นางวาลีถือเป็นเมียที่ฉลาดที่สุด และพระอภัยฯก็คุ้มมากที่ตัดสินใจรับนางเป็นเมีย เพราะนางได้ช่วยพระอภัยให้คืนดีกับนางสุวรรณมาลี และยังช่วยวางแผนในการทำศึกสงครามอีกหลายครั้ง

นางวาลี มีรูปร่างหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ตัวดำ ที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเต็มไปหมด จึงอยู่เป็นสาวโสดจนอายุได้ 34 ปี แต่นางก็ใฝ่ฝันว่าอยากมีสามีรูปงามและสูงศักดิ์ พ่อแม่ของนางตายหมดตั้งแต่นางยังเด็กจึงอาศัยอยู่กับตายาย นางวาลีได้ศึกษาเล่าเรียนตำรับตำราของตาจนมีความรู้แตกฉาน เมื่อ พระอภัยมณี ประกาศรับสมัครคนดีมีฝีมือเข้ารับราชการ นางวาลีก็ไปสมัคร และขอให้พระอภัยมณีแต่งงานกับนางด้วย พระอภัยมณีเห็นว่านางมีสติปัญญาเป็นเลิศและมีความรู้ดี จึงแต่งตั้งให้นางเป็นสนมเอก นางเป็นผู้ออกอุบายให้จับตัว อุศเรน ได้ และใช้วาจาพูดเยาะเย้ยจนอุศเรนอกแตกตาย แต่นางถูกปีศาจของอุศเรนเข้าสิงร่างจนป่วยหนักและถึงแก่ความตายในที่สุด 

เมียพระอภัยมณี คน ที่ ๕

นางละเวงวัลฬา

เมียคนสุดท้ายคือ นางละเวง ซึ่งมีนิสัยออกจะเป็นนางร้ายสักหน่อย แค้นเคืองที่พี่ชาย(อุศเรน) เสียชีวิต จึงส่งรูปตัวเองไปยังเจ้าเมืองต่างๆหลอกให้ไปตีเมืองผลึก ว่ากันว่านางละเวงที่มีเชื้อสายเป็นฝรั่งมีรูปงามยิ่งนัก ขนาดพระอภัยฯได้เห็นแค่รูปยังหลงใหลพรํ่าเพ้อ

เมื่อคราวรบกัน พระอภัยมณีไม่ยอมให้นางละเวงหนี จึงเป่าปี่และเผยตัวให้พบจนนางละเวงหวั่นไหวไปเหมือนกัน ภายหลังเมื่อนางละเวงจับตัวพระอภัยได้ จึงกลับตกหลุมรักทันทีที่เห็นหน้า ยิ่งเจอไม้ตาย คำมั่นสัญญา ของพระอภัยมณีที่ว่า

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้นเนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงษ์ จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง
ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป

นางละเวง จึงใจอ่อนยอมเป็นเมียคนที่5ของพระอภัยมณี 

เมียพระอภัยมณี

เมียถึง 5 คน เรียงลำดับได้ดังนี้

สวยแปลง(นางผีเสื้อสมุทร)

สวยแปลก(นางเงือก)

สวยงาม(นางสุวรรณมาลี)

สวยต่างแดน(นางละเวงวัลฬา)

และสวยปัญญา(นางวาลี)

ท้ายที่สุดแล้วเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายทางโลก พระอภัยมณีได้ตัดสินใจออกบวช โดยมีเมีย2คน คือนางสุวรรณมาลีและนางละเวงตามไปบวชด้วย

รำไทย


การเขียนเรียงความ


เรียงความ คือการใช้ศิลปะทางการเขียนร้อยแก้วแสดงความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ

และความเข้าใจของผู้เขียนอย่างสละสลวย เรียงความจะต้องประกอบด้วยส่วนที่เป็นคำนำ

เนื้อเรื่อง และสรุป

เรียงความที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

มีเอกภาพ คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หมายความว่าไม่ให้เขียนนอกเรื่อง

มีสัมพันธภาพ คือ ความสัมพันธ์กัน หมายถึง ข้อความแต่ละข้อความหรือแต่ละย่อหน้า

จะต้องมีสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน

มีสารัตถภาพ คือ การเน้นสาระสำคัญของย่อหน้าแต่ละย่อหน้า และของเรื่องทั้งหมด

โดยใช้ประโยคสั้น ๆ สรุปกินความทั้งหมด

ขอเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวค่ะ

ก่อนเขียนเรียงความนั้นจะต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ชื่อเรื่องที่เขาให้มานั้น หมายถึงอะไร

เกี่ยวโยงกับอะไร ข้อมูลที่จะเขียนลงไปนั้นต้องถูกต้องชัดเจน ดังนั้นผู้เขียนจะต้องรู้ชัดรู้จริง

การเขียนคำนำ

เป็นการเกริ่นเรื่อง ขอย้ำว่าแค่เกริ่นนะคะอย่าลึก ใช้คำโอบความหมายกว้างๆ เช่น

เรียงความเรื่องแม่ของฉัน ควรกล่าวถึงแม่โดยทั่วไปก่อน เขียนให้กินใจ น่าอ่าน น่าติดตาม

แต่ยังไม่ควรเล่าว่า ” แม่ของฉัน “เป็นอย่างไร

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องเป็นส่วนที่มีใจความสำคัญ ประเด็นสำคัญตามห้วข้อ ดังนั้นจะต้องเขียนให้ละเอียด

ครอบคลุม ชัดเจน เช่น เรื่องแม่ของฉัน ในย่อหน้าเนื้อเรื่องให้พรรณนาถึงพระคุณแม่

( เขียนในด้านบวก )

สรุป

กลับไปอ่านคำนำและเนื้อเรื่องและสรุปจบให้ไปในทิศทางเดียวกัน ขอแนะนำว่า ควรให้

ข้อแนะนำ หรือแนวคิดดีๆ แล้วลงท้ายด้วยประโยคที่น่าสนใจ

การเขียนเรียงความนั้นอาจจะขึ้นต้นย่อหน้าคำนำ หรือปิดท้ายในหัวข้อสรุป ด้วย กลอน

คติพจน์ วาทะ หรือคำขวัญ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้น่าติดตาม ( ถ้ายืมคำใครเขามาอย่าลืมอ้างอิง

นะคะ ) ภายในเรียงความควรประกอบด้วยโวหารหลายๆชนิด เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่าน ขั้นตอน

ในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้

เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น ๕ คือ

๑) บรรยายโวหาร

๒) พรรณนาโวหาร

๓) เทศนาโวหาร

๔) สาธกโวหาร

๕) อุปมาโวหาร

๑. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์

การเขียนบรรยายโวหารจะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญ

ไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะ

เหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจน

๒. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง

ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึง

ยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ

และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มไป

สำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ

๓. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตาม

หรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่านคิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร

จึงยากกว่าโวหารที่กล่าว

๔.สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้ง

หรือสนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร

พรรณนาโวหาร

๕.อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบ

เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่า

อุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเอง อุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร

พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือ

เปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมา โวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด

การเขียนเรียงความที่ดีนั้นควรตีกรอบความคิดของผู้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้

งานเขียนไม่วกวน จนผู้อ่านเกิดความสับสนทางความคิด และที่สำคัญเรียงความจะต้องใช้ภาษา

อย่างเป็นทางการ อย่าใช้ภาษาพูดเป็นอันขาดเพราะจะทำให้งานเขียนขาดความน่าเชื่อถือ

ที่มา:www.google.com

สวัสดีชาวโลก – -‘


Welcome to WordPress.com! This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

Happy blogging!

%d bloggers like this: